เช้าวันเสาร์ (ที่ 26 พฤษภาคม 2550) เมี่ยงบอกให้ไปรอน้ำตอน 6 โมงครึ่งที่หน้ามหาวิทยาลัย เป็นครั้งแรกที่เห็นน้ำตอนเช้าขนาดนั้น ถ้าไม่นับตอนที่อ่านหนังสือโต้รุ่ง คณะเดินทางประกอบด้วย น้ำ เมี่ยง ใหม่ และเรา ไปถึงวัดจักรวรรดิประมาณ 7 โมง ใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง เพราะแท็กซี่ขับได้หวาดเสียวมาก ไปถึงก็เดินหาคิว หาไม่เจอหรอก เพราะว่าคิวไปซ้อมสวดในตึกกับพระ แต่ก็ได้เจอกับครอบครัวคิวแทน ครอบครัวคิวน่ารักทั้งครอบครัวเลยทีเดียว
แถวๆ ที่จัดงานบวชมีบ่อจระเข้ด้วย ตัวมันใหญ่มากเมื่อเทียบกับขามันจนคิดว่ามันเดินไม่ไหวแล้ว ยืนดูสักพักก็ไปหาที่นั่ง แล้วคุณแม่คิวก็มาคุยด้วย มานินทาคิวให้ฟัง “คิวกับแม่เป็นคนอารมณ์ร้อน แม่กับลูกชอบขัดกัน แม่บอกอย่างนึง คิวมันจะเอาอย่างนึง แต่พอแม่งอนมันก็จะตามใจแม่ เข้ามากอด (อ้อนซะน่ารักทีเดียว) แต่แม่รักพี่ชายมากกว่า ไอ้คิวน่ะมันเก๊ (เก๊ แปลว่าไรอะ) พี่มันอะไม่เก๊” เห็นว่านินทาอย่างนั้น แต่ท่าทางคุณแม่ปลื้มคุณลูกมากๆ
สักพักกั๊กก็มาพร้อมกระเพาะปลา ที่บ้านกั๊กฝากมาส่งของแถวนั้น ตอนนั้นเรากำลังเด็ดดอกไม้ใส่พานกัลปพฤกษ์ เสียดายไม่มีดอกบัวให้กั๊กเด็ด (555) แต่มันคงไม่เด็ดหรอก เพราะว่ากั๊กปลูกไว้ในใจแล้ว เด็ดเสร็จ นั่งคุยกันสักพัก พวกเปา แมน เมย์ โค(ป๊อป) กิต ก็มาถึง และเริ่มตั้งขบวนแห่นาค เป็นขบวนแห่นาคที่เดินไวกันมากๆ แห่เสร็จก็หว่านเงิน เก็บได้ตั้ง 5 บาทแน่ะ (-..-) แล้วนาคก็เข้าโบสถ์ ส่วนคุณเพื่อนบางคนก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างนอก
หลังจากพิธีกรรมที่ยาวนาน (ในระหว่างนั้นคุณพี่เพลงก็เข้ามา) นาคคิวก็กลายเป็นพระ มีฉายาว่า สุจิตโต และชาวคณะเพื่อนก็ไปกินข้าวในงานเลี้ยง ส่วนพระคิวก็เข้าตึกไปฉันอาหาร ตอนกินข้าวก็คิดอยู่ในใจว่าตะกี้พวกแกบางคนไปกินก๋วยเตี๋ยวกันมาไม่ใช่เหรอ ทำไมกินเยอะกว่าว่ะ (-*-) จะบ่นเสียงดังก็กระไร เดี๋ยวมันหันมารุมด่า สงบปากสงบคำบ่นในใจต่อไป
ทานข้าวเสร็จกันสักพักใหญ่ๆ ที่ใหญ่มากๆ พระคิวก็ออกมา ก็เลยได้ถ่ายรูป พูดคุย แล้วก็แยกย้ายกันกลับด้วยเหตุฉะนั้น